" สู้เบาหวาน ... รู้หลบเป็นปีก ... รู้หลีกไกลห่าง ... และวิธีรับมืออย่างมีสุข "
...
...
...

โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง เนื่องจากไม่สามารถนำแป้งและน้ำตาลที่บริโภคเข้าไปนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประการแรกเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน ได้มากเพียงพอ ซึ่งอินซูลินนั้นเป็นฮอร์โมนที่จะช่วยส่งผ่านน้ำตาลไปใช้ของผลาญในร่างกายให้เป็นพลังงานต่อไป
อีกประการหนึ่งคืออวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายมีภาวะที่ดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งทั้งหมดแล้วก็จะนำไปสู่การทำงานของฮอร์โมนอินซูลินที่ลดลงโดยความผิดปกติดังกล่าวส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะที่สำคัญต่างๆทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ปลายประสาท ไต รวมถึงจอประสาทตาจีจะเสื่อมลง
การตรวจสอบว่าเป็นเบาหวานสามารถทำได้โดยการเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาล ผู้สูงวัยที่มีอาการที่ชวนสงสัยเช่น ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย เนื่องจากสูญเสียน้ำมากทางปัสสาวะ มีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงมาก เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ เกิดอาการคันตามตัว ติดเชื้อง่ายมีภาวะตกขาวบ่อยในเพศหญิง อาการตามัว มองภาพไม่ชัด หรือกินเก่งมากขึ้นรวมถึงเกิดอาการเท้าและปลายนิ้วมือชา เนื่องจากเส้นปลายประสาทเสื่อม รวมถึงมีประวัติคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดทเป็นโรคเบาหวาน
ผู้สูงวัยมีอาการดังกล่าวควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายและเจาะเลือเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัย ที่ถูกต้อง หากผลตรวจเลือดหลังจากที่ได้งดน้ำงดอาหารแล้วพบว่ามากกว่าเกณฑ์ แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน นอกจากนั้นก็จะตรวจเช็คภาวะโรคร่วมอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และอื่นๆไปด้วย ซึ่งจะมีผลในการเลือกใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป
ยาที่เลือกใช้จะมีทั้งยาชนิดเม็ดและในรูปแบบยาฉีด อาจเป็นยาชนิดเดียวหรือแบบผสมผสานมากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไป การเลือกใช้ยาแบบใดคงจะดูปัจจัยและโรคร่วมที่ผู้สูงวัยมีอยู่ด้วย และทุกครั้งที่แพทย์ได้นัดมาตรวจที่โรงพยาบาล ผู้สูงวัยควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับอาการข้างเคียงหรืออุปสรรคในการรับประทานหรือใช้ยาทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ปรับให้เหมาะกับทุกท่านซึ่งจะแตกต่างกันในละเอียดของแต่ละคน
แต่อย่างไรก็ตามการ มีวินัยในการรับประทานยา การปรับเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรมการกิน พฤติกรรมบริโภค เช่น ต้อง !!! งดสูบบุหรี่ ต้อง !!! งดดื่มสุรา และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คงจะเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำไปควบคู่กันให้เป็นนิสัย เพื่อผลการรักษาที่ดี
ผู้สูงวัยบางท่านที่มีปัญหาในการควบคุมเบาหวาน รวมถึงปัญหาเรื่องการใช้ยาที่ค่อนข้างบ่อยอาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจพิจารณาซื้อเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ร่วมกับสังเกตอาการติดตามเป็นระยะๆที่บ้าน จะทำให้ได้ข้อมูลมาคุยกับแพทย์ที่รักษาเพื่อการปรับยาอย่างเหมาะสมต่อไป
สรุป
การรักษาที่ครบถ้วนจำเป็นที่จะต้องดูแลทั้ง 3 เสาหลักได้แก่
1. การออกกำลังกายที่เหมาะแก่วัย
2. การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่รสจัด หลีกเลี่ยงอาหารเค็มหวานมัน ปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
3. สุดท้ายก็คือการตรวจติดตามรักษาและกินยาอย่างสม่ำเสมอ
... ในบางรายเท่าที่หมอเจอมายังหวังที่จะรับประทานยาเพียงอย่างเดียว ซึ่งในความเห็นของหมอคิดว่ายังไม่เพียงพอ ... หลักสำคัญคือขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้นะครับ
ผู้สูงวัยที่รักทุกท่านได้สังเกตุอาการและปฏิบัติตามดังนี้หมอรับรองเลยว่าทุกท่านจะมีความสุขในการอยู่ร่วมเบาหวานแน่นอนครับ
ด้วยรัก
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ( หมอเก่ง ) อายุรแพทย์
Chersery homeโรงพยาบาลผู้สูงอายุและกายภาพบำบัด
บอก"รัก"ผู้สูงวัย เชื่อใจให้เราดูแล
All the best for your elder
#ดูแลผู้สูงอายุ
#Nursinghome
#ดูแลคนชรา
#ดูแลคนแก่
#อายุรกรรม
#อายุรแพทย์
#กายภาพบำบัด
#เวชศาสตร์ฟื้นฟู
#สถานพยาบาล
#พยาบาลผู้สูงอายุ
#โรงพยาบาล
#โรงพยาบาลผู้สูงอายุ
Tel: 094-426-4439
087-075-0527
Line id: cherseryhome
Facebook: cherseryhome
www.cherseryhome.com
Cherseryhome@gmail.com
Www.cherseryhome.com
ขอบคุณภาพสวยๆจาก Cr:www.diabetesincontrol.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น